Barcode:      ISBN:  
   Lib. Code:      Call Number:  
   Title: อวดโฉมแฟชั่นสาวลาว วัฒนธรรมผ้าซิ่นที่เข้มแข็ง...!!   
   Author: เว็บไซต์มติชน    
   Publication: http://www.matichon.co.th/matichon, 
   Language:    
   Country:    
   Abstract: โครงการเยาวชนมิตรภาพลุ่มแม่น้ำโขง 2546 (Mekong Youth Friendship Program 2003) ที่มีเยาวชนจากประเทศไทย จีน ลาว พม่า กัมพูชา และเวียดนาม รวมกันกว่า 60 คน เฉพาะเยาวชนไทยกว่า 10 ชีวิต ไปล่องเรือร่วมกิจกรรมระหว่างเยือนประเทศจีน พม่า ไทย และสิ้นสุดลงที่ลาว ในส่วนของไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นเจ้าภาพ งานนี้บอกได้ว่า แน่นไปด้วยกิจกรรมเชื่อมมิตรภาพ เรียนรู้วัฒนธรรมฉบับย่อของแต่ละชาติ รวมไปถึงการสัมผัสถึงความงามของเครื่องแต่งกายแต่ละชาติด้วยสองตา เพราะเยาวชนแต่ละชาติ งัดเอาความเป็นชาติ วัฒนธรรมของตัวเองมาประชันกันอย่างเต็มที่ ไม่พ้นเรื่องความสวยความงามของ "เครื่องแต่งกายประจำชาติ" ที่ขนชุดเริดมาสวมกันสุดสุด แบบยอมกันไม่ได้ ! ทว่า สิ่งที่สะดุดตาและสะดุดใจมากที่สุดในงานนี้และเข้าไปเหยียบแต่ละประเทศ ต้องขอยกนิ้วและชื่นชมกับวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ที่วิถีชีวิตความเป็นอยู่ เอกลักษณ์ เครื่องแต่งกายของแม่หญิงลาวยังมีให้ชมตามท้องถนนจนอิ่มตา ไม่ต้องจัดฉากกันทีเดียว ไม่น่าเชื่อว่า เมืองหลวงของลาวอย่างเวียงจันทน์ที่ติดกับไทยเพียงแค่ข้ามสะพานมิตรภาพ บริเวณ จ.หนองคาย ไปเท่านั้น ที่ซึ่งคนลาวนิยมเดินทางมาเที่ยวและแลกเปลี่ยนสินค้า จนมีความเป็นไปได้สูงว่า วัยรุ่นลาวไม่น้อยได้รับอิทธิพลจากแฟชั่นหนุ่มสาวไทยเต็มที่ เพราะทั้งพรมแดนที่ติดกัน ประกอบกับลาวเปิดรับสื่อโทรทัศน์ไทยอย่างเต็มเหยียด เพราะทุกบ้านของคนลาวต่างพากันติดตั้งเสาสัญญาณเพื่อรับชมรายการโทรทัศน์ของไทย บางบ้านยังติดดาวเทียมที่มีทั้ง เอชบีโอ หรือซีนีแม็กซ์ เอ็มทีวี ฯลฯ ดูแฟชั่นนำสมัยเต็มที่ แต่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถทำลายวัฒนธรรมการนุ่งผ้าซิ่นของคนลาวไปได้ ! น.ส.ถาวอน สุริยวง "วร" วัย 24 ปี นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว บอกว่า ที่หญิงลาวสามารถรักษาความเป็นเอกลักษณ์ให้เข้มแข็งได้ เป็นเพราะรัฐบาลออกกฎว่า นักเรียน นักศึกษา หรือหญิงวัยทำงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้นุ่งผ้าซิ่นไปทำงาน ดังนั้นคนที่ไปติดต่อตามสถานที่ราชการก็ต้องแต่งชุดผ้าซิ่นไปด้วย และผู้หญิงทุกคนก็มีความสุขในการแต่งผ้าซิ่น อย่างนักเรียนจะใส่เชิ้ตขาวกับผ้าซิ่นสีน้ำเงิน สีดำ มีลายตีนจกเล็กน้อย แต่ราคาไม่แพงมาก เพราะทำจากผ้าฝ้ายธรรมดา แต่ถ้าเป็นสาวมหาวิทยาลัยก็จะใส่ผ้าซิ่น มีลายตีนจกสีสวยงามกว่าเล็กน้อย ผ้าที่ใช้เป็นผ้าฝ้ายธรรมดาราคาไม่แพงมาก เพราะโรงเรียนวางกฎไว้ เมื่อสาวลาวจะแข่งแฟชั่นต้องไปแข่งที่งานแต่งงาน หรืองานประเพณีต่างๆ ในวันนั้นสาวลาวจะงัดผ้าซิ่นที่ทำจากไหมชั้นดี ถักทอด้วยลายตีนจกเล็กๆ สีทอง มาอวดกัน ซึ่งผ้าซิ่นแบบนี้จะทำยากมาก สนนราคาก็แพงเช่นกัน ตกผืนละ 1,500-3,000 บาท แล้วแต่ความยากง่าย "แต่วันนี้ยอมรับว่า หนุ่มสาวลาวรับวัฒนธรรมจากไทยมาก ยิ่งสาวเวียงจันทน์ เวลาไปเที่ยวจะใส่ยีนส์เอวต่ำ ขาตรง ขาบาน เสื้อยืดตัวเล็กไปเที่ยว และบางคนที่กล้าหน่อยก็จะเริ่มใส่แขนกุด สายเดี่ยวไปเที่ยวด้วย เพราะสวยดี ส่วนใหญ่ยังไม่มีใครกล้าใส่สายเดี่ยวมาก มันโป๊ คงเป็นเพราะตอนนี้ลาวยังไม่มีห้างสรรพสินค้า มีแต่ตลาดเช้าเป็นเหมือนแหล่งวัยรุ่นเท่านั้น ยืนยันว่า พยายามรักษาวัฒนธรรมนุ่งซิ่นไว้ เพราะถือเป็นความภูมิใจของคนลาว" ขณะที่ น.ส.อรุณี สีสะหวัด "ณี" วัย 22 ปี คณะเศรษฐศาสตร์ปี 4 มหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว เสริมว่า ทุกคนใส่ผ้าซิ่นโดยไม่ขวยเขิน เวลาไปติดต่อราชการ ไปธุระ เข้าวัดก็ต้องนุ่งซิ่น ซึ่งสวยดี ทุกคนนุ่งกันจนชินตั้งแต่เรียนหนังสือ ทุกอย่างเลยกลายเป็นชีวิตประจำวัน การนุ่งซิ่นมีแฟชั่นของมัน เราต้องดูเสื้อให้เข้ากับซิ่น อย่างซิ่นสีดำแต่ตีนจกสีเขียวก็จะใส่เสื้อสีเขียว เป็นต้น ต้องใส่เสื้อให้เข้ากับตีนจกเท่านั้น จะสวยดี แต่วันหน้าไม่รู้จะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ต้องขอชื่นชมที่ลาวรับวัฒนธรรมนานาชาติอย่างระมัดระวัง ทุกคนภูมิใจในความเป็นลาว หากทุกคนภูมิใจในศิลปะของชาติตัวเอง และแสดงออกอย่างมั่นใจก็คงรักษาความเป็นชาติได้ หวังว่าความเปลี่ยนแปลงข้างหน้าจะทำให้หนุ่มสาวยังคงรักษาความงามทางสายตาให้นานาชาติได้เห็นอีก เพราะความสวยงามนี้คงหาดูได้ไม่ง่าย !!   December 17, 2003 Wednesday, 15:03 
   Note:  
   Keyword: เศรษฐกิจลาว   
   Price:  B$    Page: